ข้าวมันไก่ :3

posted on 05 Sep 2011 18:02 by plymarmy001
ข้าวมันไก่ทอด
 
 
 

ส่วนผสม

  • เนื้อไก่ส่วนอก 2 ชิ้น (ใช้แบบที่นำกระดูกออกแล้ว)
  • แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง
  • ขนมปังป่น 1 ถ้วยตวง
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • ซีอิ๊วขาว ½ ช้อนโต๊ะ
  • ซอสปรุงรส ½ ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย ½ ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
  • พริกไทยป่น ½ ช้อนชา
  • กระเทียมผงเล็กน้อย
  • ผักชีผงเล็กน้อย
  • พริกแดงป่นละเอียดเล็กน้อย
  • น้ำมันพืชสำหรับทอด

 

วิธีทำ

1. นำเนื้อไก่มาล้างน้ำให้สะอาด ถ้าเนื้อไก่ที่ใช้มีความหนามาก ให้แล่เนื้อไก่เป็นชิ้นตามยาวให้มีความหนาประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร จากนั้นนำไปใส่ลงในถ้วยผสม

2. ใส่ซีอิ้วขาว, ซอสปรุงรส, น้ำมันหอย, น้ำตาลทราย, พริกไทย, กระเทียมผง, ผักชีผง และพริกแดง ลงไปในถ้วยผสม ขยำให้เข้าเนื้อกันดี เสร็จแล้วนำเนื้อไก่ที่ผสมเสร็จไปแช่เย็นสักชั่วโมง หรือถ้ามีเวลาสามารถแช่ไว้ข้ามคืนได้ (จะทำให้ส่วนผสมซึมซับเข้าไปในเนื้อไก่ได้มากขึ้น)

3. ตอกไข่ไก่ใส่ชามแล้วตีให้ฟู ก่อนทอดให้นำเนื้อไก่ที่หมักไว้ออกมาคลุกกับแป้งสาลี ตบเบาๆให้แป้งส่วนเกินร่วงออก จากนั้นนำไก่ลงชุปในไข่ที่ตีแล้ว ท้ายสุดนำไปคลุกบนขนมปังป่นให้ทั่ว

4. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางให้ร้อน พอร้อนได้ที่เอาไก่ลงทอด ใช้เวลาทอดประมาณ 10-14 นาทีจนไก่สุกเหลืองได้ที่ และลอยขึ้นมา ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน รอจัดเสิร์ฟคู่กับข้าวมันและน้ำจิ้ม

น้ำจิ้มข้าวมันไก่ทอด

ส่วนผสม

  • พริกชี้ฟ้าแดงเม็ดใหญ่ 4 เม็ด (จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 3 เม็ด จะกรีดตามความยาวของเม็ด ใช้ช้อนขูดเอาไส้และเม็ดออก ส่วนอีกหนึ่งเม็ดที่เหลือจะใส่ลงไปทั้งเม็ด เพื่อให้มีรสเผ็ดพอประมาณ)
  • กระเทียมสด 3 กลีบ (ปอกเปลือก)
  • น้ำกระเทียมดอง ½ -1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวง
  • น้ำตาลทราย ¼ ถ้วยตวง
  • เกลือป่น 2 ช้อนชา

วิธีทำ

  • 1. นำพริก, กระเทียม, น้ำส้มสายชู, น้ำกระเทียมดอง และเกลือใส่ลงในโถปั่น จากนั้นปั่นให้เข้ากันให้ละเอียด
  • 2. เทส่วนผสมที่ได้ลงหม้อ ตั้งบนไฟอ่อน เคี่ยวให้เดือด จากนั้นใส่น้ำตาลลงไป คนจนละลายและเคี่ยวต่อไปอีกประมาณ 10 นาที เพื่อให้น้ำระเหยออกไป จะได้น้ำจิ้มที่มีรสเข้มข้นขึ้นและมีความหนืดในตัวนิดหน่อย
  • 3. ปิดไฟ ยกลง และทิ้งไว้ให้เย็น

วิธีเสิร์ฟข้าวมันไก่ทอด
สับไก่ทอดที่ได้เป็นชิ้นๆ ขนาดพอคำ วางบนข้าวมันที่ได้ (วิธีทำข้าวมันสามารถเข้าไปดูได้ที่ข้าวมันไก่) แต่งหน้าด้วยผักชี เสิร์ฟพร้อมแตงกวาหั่นแฉลบ น้ำจิ้มข้าวมันไก่ และน้ำซุป

คำถามทบทวน :3

posted on 17 Aug 2011 18:26 by plymarmy001

คำถามทบทวน

1. มัลติมิเดีย คืออะไร เกี่ยวกับการนำเสนออย่างไร
ตอบ  การใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับโปรแกรมซอฟต์แวร์ในการสื่อความหมายโดยการผสมผสานสื่อหลายชนิด เกี่ยวกับการนำเสนอโดยถ้าเราสามารถที่จะควบคุมสื่อให้นำเสนอออกมาตามต้องการได้จะเรียกว่า  มัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์ การปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้สามารถจะกระทำได้โดยผ่านทางคีย์บอร์ด เมาส์ หรือตัวชี้ การใช้มัลติมีเดียในลักษณะปฏิสัมพันธ์ก็เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้ หรือทำกิจกรรมได้

2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร
ตอบ ถ้าเรานำเสนอข้อมูลทางเว็บไซต์ก็จะมีความสะดวกและสบายมากกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์เนื่องจากเว็บไซต์ในสมัยนี้เป็นเทคโนโลยีที่มาแรงที่สุดคนก็จะนิยมเข้าหาแต่ในเพียงอินเตอร์เน็ตเท่านั้น

3.Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง
ตอบ สามารถนำเสนอได้โดย รูปภาพ เสียง ตัวหนังสือ หรืออาจจะจัดเรียงให้เป็นแผนภูมิ Mindmap และอีกมากมาย

4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft Power Point แตกต่างกันอย่างไร
ตอบ การสร้างเชื่อมโยงภายในนั้นจะเชื่อมโยงกับในตัวของโปรแกรมเอง แต่ถ้าเป็นการเชื่อมโยงภายนอกจะเชื่อมโยงกับลิงค์ของแหล่งข้อมูลต่าง ๆ

5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง
ตอบ โปรเจคเตอร์

6.น.ร คิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด
ตอบ คิดว่า Microsoft PowerPoint เพราะว่า สะดวกและรวดเร็วและยังทำให้ทุกคนเห็นภาพอย่างดีและได้ยินเสียงอย่างชัดเจนไม่มีข้อผิดพลาด

7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยโปรแกรมแม่แบบใน Microsoft Power Point สามารถทำได้อย่างไร
ตอบ คลิกขวาบริเวณที่ว่าง แล้วเลือกอออกเเบบภาพนิ่ง จะมีแม่แบบขึ้นมาให้เราเลือกมากมาย

8.การกำหนดกล่องข้อความ หรือกำหนดวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft Power Point สามารถตั้งค่าได้ที่ใด
ตอบ คลิกเลือกกล่องข้อความ หรือวัตถุที่ต้องการให้เคลื่อนไหวต่อจากนั้นคลิกขวาเลือกการเคลื่อนไหวแบบกำหนดเองและเลือกลักษณะพิเศษแล้วตั้งค่าการเคลื่อนไหวตามต้องการ

9. ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ ที่ใช้สำหรับ นำเสนอข้อมูล ตัวหนังสือ หรืออักษรมาอย่างน้อย 3โปรแกรม
ตอบ 1. Graphic Presentation Program
       2. Microsoft PowerPoint
       3. Microsolf Word

10. ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft  PowerPoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอได้หรือไม่อย่างไร
ตอบ ได้ โดยนำเสนอเป็นรูปภาพและเสียงแทนตัวอักษร

11.เครืองพิมพ์เป็นฮาร์แวร์ที่จำป็นสำคัญหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft  PowerPoint หรือไม่อย่างไร
ตอบ ไม่จำเป็น เพราะว่า ข้อมูลของโปรแกรม Microsoft PowerPoint นี้สามารถแสดงผลได้ในจอภาพ ไม่จำเป็นว่าเราจะต้องพิมพ์มันออกมาจากเครื่อง

12.Microsoft  PowerPoint สามารถ แทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร
ตอบ ได้ โดยวิธีการดังนี้ 1. คลิกเลือกแถบเมนู เลือกรูปภาพ โดยเลือกจากแฟ้มข้อมูล
                                2. เมื่อมีหน้าต่างแทรกรูปภาพปรากฎขึ้น เลือกรูปจากที่ๆบันทึกรูปเอาไว้
                                3. คลิกแทรกรูปภาพ
แต่ถ้าเป็นในส่วนของภาพยนตร์หรือเสียงนั้น มีดังนี้  1. คลิกแทรกที่แถบมุม
                                                                   2. เลือกภาพยนตร์ และเสียง
                                                                   3. เลือกภาพยนตร์ จากแฟ้มหรือ เสียงจากแฟ้ม

13. การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และ กราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือ หรือตัวอักษรอย่างไร
ตอบ ดีกว่าตรงที่ว่า จะเห็นข้อมูลที่เป็นระเบียบและเข้าใจได้ง่ายกว่า

14. การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สำหรับผู้รับข้อมูล20 คนพร้อมกัน จะใช้ฮาร์ดเเวร์ และซอฟแวร์ ใดบ้าง
ตอบ จะใช้ซอฟต์แวร์ คือ โปรแกรม Micosoft powerpoint และ โปรแกรมเปิดรูปช่วยในการเห็นภาพได้มากขึ้น

15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูล ในรูปแบบตัวหนังสือ หรือตัวอักษร รูปภาพ หรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน
ตอบ มัลติมิเดีย

ภาษาคอมพิวเตอร์

posted on 18 Jul 2011 19:01 by plymarmy001

พื้นฐานโปรแกรมภาษา C

ฝึกฝนและพัฒนาการเขียนโปรแกรมภาษา C
 Introduction to C Programming

การ พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ บางคนก็ว่ายาก บางคนก็ว่าเป็นเรื่องสนุกหลายคนบอกว่า
ขอเป็นแค่ผู้ใช้สนุกที่สุดแต่จะมีซักกี่คนที่จะมีใจรักที่จะก้าวไปบนถนนแห่งการพัฒนาฝีมือและฝึกฝนการเขียนโปรแกรมด้วยตัวเอง เพื่อให้มีผู้ที่สนใจนำไปใช้งาน และเพิ่มประสิทธิ์ภาพในการทำงาน และความสะดวกสบายๆ ต่างๆมากขึ้น ว่าไปแล้วนักโปรแกรมเมอร์เหล่านี้ ก็ไม่แตกต่างจากผู้ที่ปิดทองหลังพระมากนัก เพราะหลายๆ โปรแกรมที่มีให้ใช้งานกันในปัจจุบัน จะมีใครทราบบ้างไหมว่า ผู้เขียนโปรแกรมเหล่านั้นมีใครกันบ้าง ดังนั้น ผู้ที่คิดจะก้าวมาเป็นนักพัฒนาโปรแกรมมืออาชีพ คงต้องอาศัยใจรักที่จะอยากจะพัฒนา และฝึกฝนฝืมือในการเป็นโปรแกมเมอร์มืออาชีพมาเป็นอันดับหนึ่ง สำหรับบทความนี้จะเริ่มต้นด้วยการสอนให้เข้าใจในหลักการพื้นฐานของการการ พัฒนาโปรแกรมในภาษา C ความรู้และความเข้าใจที่จำเป็นต่อการเป็นโปรแกรมเมอร์มืออาชีพในอนาคต เราลองเริ่มมาเรียนรู้กันอย่างคร่าวๆ กันเลยล่ะกัน โดยผู้เขียนจะอธิบายเป็นตอนๆ ทั้งหมด 8 ตอนด้วยกันได้แก่

1. พื้นฐานโปรแกรมภาษา C (Introduction to C Programming)
2. การเขียนโปรแกรมทางเลือก (Selection Structures)
3. การเขียนโปรแกรมแบบ วนซ้ำ (Repetition & Loop)
4. ฟังก์ชัน และการเขียนโปรแกรมแยกเป็นโมดูล (Functions & Modular Programming)
5. ตารางอาเรย์ (Arrays)
6. ตัวแปรพอยเตอร์ (Pointers)
7. ตัวแปรสตริง (String)
8. โครงสร้างสตักเจอร์ (Structure)

 

ภาษา ซีพัฒนาขึ้นมาในปี 1970 โดย Dennis Ritchie แห่ง Bell Telephone Laboratories, Inc. (ปัจจุบันคือ AT&T Bell Laboratories) ซึ่งภาษาซีนั้นมี ต้นกำเนิดมาจากภาษา 2 ภาษา คือ ภาษา BCPL และ ภาษา B ซึ่งต่างก็เป็น ภาษาที่พัฒนาขึ้นมาใน Bell Laboratories เช่นกัน ภาษาซีนั้นถูกใช้งานอยู่ เพียงใน Bell Laboratories จนกระทั่งปี 1978 Brian Kernighan และ Ritchie นั้นเป็นที่รู้จักกันในชื่อของ"K&R C"

หลัง จากที่ตีพิมพ์ข้อกำหนดของ K&R นักคอมพิวเตอร์มืออาชีพรู้สึก ประทับใจกับคุณสมบัติที่น่าสนใจของภาษาซี และเริ่มส่งเสริมการใช้งาน ภาษาซีมากขึ้น ในกลางปี 1980 ภาษาซีก็กลายเป็นภาษาที่ได้รับความนิยม โดยทั่วไป มีการพัฒนาตัวแปลโปรแกรม และตัวแปลคำสั่งภาษาซีจำนวนมาก สำหรับคอมพิวเตอร์ทุกขนาด และภาษาซีก็ถูกนำมาไปใช้สำหรับพัฒนา โปรแกรมเชิงพาณิชย์เป็นจำนวนมาก ยิ่งไปกว่านั้นโปรแกรมเชิงพาณิชย์ที่เคย พัฒนาขึ้นมาโดยใช้ภาษาอื่น ก็ถูกเขียนขึ้นใหม่โดยใช้ภาษาซี เนื่องจากความ ต้องการใช้ความได้เปรียบทางด้านประสิทธิภาพ และความสามารถในการ เคลื่อนย้ายได้ของภาษาซี
ตัวแปลโปรแกรมภาษาซีที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใน เชิงพาณิชย์นั้น จะมี ความแตกต่างกับข้อกำหนดของ Kernighan และ Ritchie อยู่บ้าง จาก จุดนี้เองทำให้เกิดความไม่เข้ากันระหว่างตัวแปลโปรแกรมภาษาซีซึ่งก็ทำ ให้สูญเสียคุณสมบัติการเคลื่อนย้ายได้ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของภาษา ดังนั้นสถาบันมาตรฐานแห่งชาติอเมริกัน (American National Standard Institute) หรือ แอนซี (ANSI) จึงเริ่มจัดทำมาตรฐานของภาษาซีขึ้น ANSI committee X3J11X ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงการดำเนินงาน